1-7 สิงหาคม 2569 World Breastfeeding Week: เมื่อการดูแลคุณแม่หลังคลอด ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือเรื่องของพวกเราทุกคน

เนื่องใน สัปดาห์รณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Breastfeeding Awareness Week)  จึงอยากชวนพี่น้องชาวสวนดอกทุกคนมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ด้วยกันว่า การส่งเสริมให้คุณแม่ทำงานเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ภารกิจส่วนตัวของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุขของพวกเราทุกคนครับ

ข้อมูลสากลบอกอะไรเรา?

หากมองในมุมสาธารณสุขและเศรษฐศาสตร์ รายงานวิจัยล่าสุดโดย WHO และ UNICEF มีตัวเลขที่น่าสนใจและชวนคิดหลายประการ:

  • ผลตอบแทน 59 เท่า: ทุกๆ $1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในระบบสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนมาสูงถึง $59 ดอลลาร์ ผ่านสุขภาพที่แข็งแรง พัฒนาการทางสมอง และศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม
  • นโยบายในสถานที่ทำงานเปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริง: งานวิจัยยืนยันว่า สิทธิวันลาคลอดที่เหมาะสมช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วนได้สูงถึง 52% และการมีพื้นที่รวมถึงเวลาปั๊มนมที่ชัดเจนในที่ทำงาน ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จได้อีก 8%
  • ต้นทุนของการขาดการสนับสนุน: โลกต้องสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.39 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี จากค่ารักษาพยาบาลและการสูญเสียศักยภาพทางปัญญาที่ป้องกันได้ หากแม่และเด็กไม่ได้รับบริการสนับสนุนที่เพียงพอ

ในฐานะที่ MedCMU เป็นสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำ การดูแลบุคลากรของเราให้สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นทั้งการสร้างมาตรฐานที่ดีแก่สังคม และเป็นการดูแลคนทำงาน ที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดขององค์กร

HR ตั้งใจช่วยดูแลคุณแม่อย่างไร?

พวกเราเข้าใจดีว่างานในโรงพยาบาลและคณะแพทย์ ทั้งหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และทีมสนับสนุน ต่างมีภารกิจที่ตึงมือและเวลาทำงานที่จำกัด ทีม HR จึงมุ่งมั่นพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คุณแม่ทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น:

  1. สิทธิการลาคลอดและการดูแลสวัสดิภาพ: สนับสนุนสิทธิวันลาคลอดตามระเบียบอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดโอกาสให้วางแผนวันลาร่วมกับหน่วยงาน เพื่อให้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านหลังคลอดเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวลเรื่องงาน
  2. มุมนมแม่ (Lactation Room) : จัดเตรียมพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน สะอาด มีความเป็นส่วนตัว สำหรับจัดเก็บน้ำนมในคณะฯ
  3. ดูแลสุขภาพโดนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ: มีบริการจากบุคลากรทางการแพทย์ ที่ดูแลบุคลากร เพื่อให้คำปรึกษา เทคนิคการเต้านม และการแก้ปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่บุคลากรตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด

น้ำใจในทีม… คือกุญแจสำคัญที่สุด

แม้นโยบายของ HR จะเขียนไว้ดีแค่ไหน แต่สิ่งที่จะช่วยให้คุณแม่ทำได้จริงคือ “วัฒนธรรมการช่วยเหลือกันในหน่วยงาน”

  • สำหรับผู้บริหารและหัวหน้างาน: ความเข้าใจและการเปิดใจยืดหยุ่นตารางงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาปั๊มนมตามรอบ คือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ช่วยลดความเครียดของคุณแม่ลงได้
  • สำหรับเพื่อนร่วมงาน: การช่วย “รับไม้ต่อชั่วคราว” หรือจัดระบบสลับหน้าที่สั้นๆ ในช่วงที่เพื่อนไปบีบนม แม้จะเป็นเวลาไม่กี่นาที แต่คือการร่วมกันฟูมฟักเด็กน้อยที่จะเติบโตมาเป็นลูกหลานชาวสวนดอก
  • สำหรับคุณแม่บุคลากร: อย่าเกรงใจที่จะพูดคุย วางแผน และแจ้งความจำเป็นกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมทีมครับ ทุกคนยินดีรับฟังและพร้อมสนับสนุนท่านเสมอ

ร่วมสร้างองค์กรที่ดูแล well-being ไปด้วยกัน

การดูแล Well-being ของบุคลากรไม่ใช่เรื่องไกลตัว การสนับสนุนให้คุณแม่ทำงานให้นมลูกได้ อาจดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ ในแต่ละวัน แต่ผลลัพธ์ของมันคือสุขภาพกายและใจที่ดีของคุณแม่ ความแข็งแรงของลูกน้อย และวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเห็นอกเห็นใจกัน